ปัญหาที่พบใน Android WebView หรือผมเขียนผิดเองก็ไม่ทราบ

ผมลองจับเว็บยัดใส่ Phonegap ดู มันก็กลายเป็น app ขึ้นมา ใช้กับ Nexus 7 สบาย ใช้กับ Sony Ericsson Xperia S ก็สบาย แต่ว่าเปิดช้าหน่อย แต่ว่าทำme Splash screen ก็น่าจะช่วยได้ ความลื่นไหลมาว่าก็ใช้ได้

แต่ก็มาติดปัญหาตอนลองกับ Samsung Galaxy ACE II น่าจะเป็นเพราะว่าใช้ Android รุ่น 2.3.X อยู่ WebView หรือก็คงจะเก่า ๆ หน่อย


#langbar {
display: block;
width: 100%;
bottom: 0px;
position: fixed;
text-align: right;
}

ผมทำ language bar ไว้เปลี่ยนภาษาเขียน CSS แบบข้างบน เวลาผมลองบน Web browser หรือ Android 4.x ขึ้นไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเป็น Android 2.3.X แทนที่ language bar มันจะอยู่นิ่ง ๆ กับที่ตอนที่ผม scroll เนื้อหาอื่น ๆ ไป มันก็เลื่อนไปด้วยเรื่อยเปื่อย

แต่ปัญหาอีกชั้นคือผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่อง CSS ผมเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ หรือ WebView มันผิดผมก็ไม่แน่ใจ

แต่นี่ก็อาจจะเป็นประเด็นว่าทำ App บน Phonegap หรือ WebView ล้วน ๆ ตอนนี้ก็อาจจะลำบากนิดหน่อย เพราะว่า WebView ของแต่ละ Platform ที่ใช้ Webkit ก็จริง แต่ว่าผลก็อาจจะออกมาไม่เหมือนกันเท่าไหร่

ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่อง การแสดงผลไม่อยากให้เป็นอย่างที่อยากเป็นบ้าง แต่ว่า app ก็ตอบสนองได้ค่อนข้างดี ไม่ได้อืดอะไร (หรือว่าผมอดทนผิดปกติ?)

ป.ล. อีกประการหนึ่งผมคิดว่าไม่น่าไปอ่านข้อความ ของท่าน Dome Charoenyost เลย เพราะว่าทำอดทนไม่ลอง Phonegap ไม่ได้

เลือกให้ Facebook เตือนเฉพาะ Message บน iOS

กด icon ที่มี 3 ขีดข้างบนแล้วจะมี menu มาให้เลือกแบบรูปข้างล่าง

IMG_1870

เลือก account setting

IMG_1871

เลือก notification

IMG_1872

เอาอันอื่นออกให้หมดให้เหลือแต่ Messenger

อวย Windows Phone 8

  1. ลื่นมาก ๆ ในราคา 8000 บาท มีทอน
  2. tile มันเหมือนมี icon กับ widget มารวมกันเลย ส่งเสริมการใช้ widgets ไปในตัว
  3. เท่าที่พบ ทุก app ui คล้าย ๆ กันหมด ไม่มี app เยอะเกิน หรือว่า app ที่ดูเหมือนยังย้ายจาก iOS ไม่เสร็จหลุดมา
  4. integrate กับ social network + e-mail ได้เนียน
  5. เสถียร app ไม่ค่อยหลุดไปเฉย โดยเฉพาะ Line นะ ดีกว่า Smartphone ที่ซื้อมาใช้ปีก่อนมาก ๆ
  6. ภาษาไทยใช้งานได้ดี จะดูภาษาเขมรก็ได้

ข้อเสียมันก็มีครับ แต่ไม่เขียน ผมใช้ Windows Phone มาได้ประมาณ 4 วัน

สิ่งที่ควรทำก่อนใช้ LibreOffice กับภาษาไทย

ก่อนใช้ LibreOffice กับภาษาไทยทีแรกผมก็งง ๆ มันต้องเข้าไปที่ LibreOffice -> Preferences … แล้วก็เข้าไปทำตามรูปครับเลือก Enabled for complex text layout (CTL) ซะ เลือกภาษาไทยด้วย

LibreOffice preference

ทำแบบนี้แล้วสังเกตว่าอะไรจะราบรื่นขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่ไปแก้ style

ติดฟิล์มให้ Sony Ericsson Live with Walkman เรียบร้อย

ซื้อ Sony Ericsson Live with Walkman มาจากเซ็นทรัลลาดพร้าว ร้านมือถือเพียบแต่ว่าไม่รู้จะไปติดฟิล์มรุ่นนี้ที่ร้านไหน   ลองถามดูหาตั้งนานก็ไม่มีสำหรับรุ่นนี้ ต้องมาโมอะไรอีก ไม่อยากทำ จะไปซื้อกรุงเทพฯ ก็ไม่คุ้มแน่ๆ ค่ารถ ค่าข้าว ค่าน้ำ กินแย่ … ก็เลยสั่งซื้อมาติดเอง

ติดฟิล์มให้ Sony Ericsson Live with Walkman เรียบร้อย ซื้อฟิล์มมา 2 แผ่น ก็ประมาณ 100 บาท เป็นค่าส่งไปเสีย 60 บาท ฟิล์มไม่ถึง 40 บาท แต่ว่าไม่อยากจะรอให้จอเป็นรอยก่อนค่อยมาติดก็จัดมาเลย

พึ่งเคยครั้งแรกก็เสียไป 1 แผ่น แผ่นที่ 2 ก็ติดสบาย ^^ … ตอนติดก็แค่เอาฝุ่นออกไปให้หมดก่อน รอบแรกพลาดไปบ้าง ก็เลยเอาฟิล์มแผ่นแรกเป็นตัวดึงฝุ่นไป

ถ้าใครจะซื้อรุ่นนี้ ก็สั่งฟิล์มมาก่อนเลยก็ได้ ฟิล์มมาแล้วค่อยไปซื้อ เพราะว่าที่ว่ามาเร็วแล้วนี่ก็ประมาณ 2 สัปดาห์ได้

IMG_0034

ทำไมกล้องถ่ายรูปที่มีจำนวนพิกเซลเยอะกว่าไม่จำเป็นต้องได้ภาพสวยกว่า

ผมต้องออกตัวไม่ก่อนว่าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกล้อง แต่ยังหาที่ที่อธิบายเรื่องนี้แบบทีพอใจไว้ไม่เจอ จึงมาเขียนเอง ดังนั้นผมคิดว่าในสิ่งที่ผมเขียนนี้คงมีอะไรมั่วๆ อยู่มาก

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม Canon Powershot S95 ที่มีจำนวนพิกเซลแค่ 10 ล้านพิเซลที่แพงกว่า Canon Powershot A3300 IS มากโข ทั้งๆ ที่ A3300 มีจำนวนจุดตั้ง 16 ล้านพิเซล นั้นก็เพราะว่าจำนวนพิกเซลอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถตัดสินได้ว่ากล้องตัวหนึ่งจะดีกว่าอีกตัวหนึ่งเพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ดังที่ผมจะไล่ไปทีละประเด็นตามที่ผมเข้าใจ (ซึ่งอาจจะผิดก็ได้)

  1. กรณีแรกต่อให้กล้อง 2 ตัวมีตัวรับภาพ (Image sensor) ที่เหมือนกันเลย ก็ยังจะมีประเด็นย่อยๆ ดังต่อไปนี้
    1. เลนส์ เลนส์ส่งผลต่อความคมชัดของภาพโดยตรง นอกจากนั้นก็ยังมีปัจจัยเรื่องรูรับแสง รูรับแสงกว้างแสงก็เข้าได้ดีกว่า เลนส์บางตัวถ่ายภาพของเล็กๆ ได้ดี ก็ทำให้ภาพบางชนิดสวยขึ้นได้ เลนส์บางชนิดก็ถ่ายภาพไกลๆ ได้ดี นอกจากความชัดแล้วก็ยังมีเลื่องความบิดเบี้ยวของภาพก็เกิดจากเลนส์ เรื่องแสงสีม่วงๆ ที่ถ่ายเวลาย้อนแสงเลนส์ก็มีผลเหมือนกัน
    2. ระบบช่วยลดภาพไม่ชัดเวลากล้องไม่นิ่ง (Image stabilizer; IS; VR; OIS; …)
    3. Image processing engine คิดง่ายๆ คงประมาณเป็นคอมพิวเตอร์ในกล้องครับ ถ้าประมวลผลไม่ดีภาพก็อาจจะออกมาไม่สวยได้
  2. ในตัวรับภาพเองก็ยังมีสิ่งที่ต่างกันได้
    1. ขนาดของตัวรับภาพ ตัวรับภาพใหญ่พื้นที่ให้แสงเข้าก็เยอะ ตัวรับภาพเล็กๆ ถ้าเลนส์ผิดพลาดไปนิดเดียวก็มีผลมากกว่าตัวรับภาพใหญ่ๆ (มั้ง)
    2. เทคโนโลยีที่ใช้สร้างตัวรับภาพ ตัวรับภาพขนาดเท่ากันบางทีก็ไม่เหมือนกัน บางแบบแสงก็เข้าได้ดีกว่า ถ่ายในที่แสงน้อยๆ ได้ดีกว่า

ผมยังไม่ได้เขียนถึงเรื่องการถ่ายภาพที่มีแสงและเงาที่ความสว่างต่างกันมากๆ ในภาพเดียวกัน การไล่สี และอื่นๆ เพราะว่าขี้เกียจแล้ว ไม่รู้จะใส่หัวข้อไหนดีด้วย

ถ้าหากพบว่าอะไรผิดหรือตกหล่นไปโปรดแจ้งด้วยครับ

ใช้ Miktex

ผมลง basic-miktex-2.9.3972 และ texmaker บน Windows 7 สิ่งเคยใช้ได้บน Fedora มันก็เจ๊ง ปัญหาก็เกิดจากขาด package บางอย่างไปเท่านั้นเอง สิ่งที่ต้องทำคือเรียก mpm ขึ้นมาลง thailatex ลง unicode และอะไรอื่นๆ ที่มันต้องการก็เสร็จแล้ว

ผมใช้ \usepackage[utf8x]{inputenc} และ \usepackage[thai,english]{babel} ด้วย มันอาจจะมีท่าดีกว่านี้แต่ก็ขี้เกียจแก้

เคยลองใช้ Word 2007 ก็ยังงงๆ อยู่ ก็เลยใช้ Latex ไปก่อนแล้วกัน

ยกเว้นการทำดัชนีบาง folder

ผมเข้าไปที่แผงควบคุมแล้วก็หาคำว่า ดัชนี แล้วก็กดเข้าไปเรื่อยๆ ก็เข้ามาเลือกสิ่งนี้ได้

อุปสรรคหนึ่งของการใช้ภาษาไทย

เว็บของราชบัณฑิตยสถานจะเข้าไปเปิดพจนานุกรม และดูศัพท์บัญญัติเสียหน่อย ก็เป็นอย่างที่เห็น

Royin

click ดูภาพใหญ่ได้นะครับ

3G, ชนบท, 2100MHz, 450Mhz, CDMA2000, LTE

ฟังพ่อมา พ่อผมนะไม่ใช่พ่อคนอื่น แล้วพยายามมาดูข้อมูลเองบ้าง ประเด็นอยู่ที่ว่า 3G บนความถี่ 2100 MHz มันต้องมี base station เยอะกว่าจะให้ครอบคลุมพื้นที่ได้มาก จากวิกิพีเดีย ถ้าใช้เครือข่ายแบบ CDMA2000 แล้ว

  • ใช้ความถี่ 2100 MHz cell หนึ่งมันจะคลุมพื่นที่ได้ 449 ตารางกิโลเมตร
  • แต่ถ้าไปใช้ 450 MHz แทนจะได้พื้นที่ถึง 7521 ตารางกิโลเมตร

หรือว่าอีกอย่างก็คือ ระบบ 2100 MHz ในกรณีที่เป็นชนบทที่โล่ง คนไม่เยอะมาก ประมาณว่าถ้า 450 MHz 1 cell จะคลุมพื่นที่ได้ เท่ากับ 2100 MHz ถึง 16 cell เมืองไทยพื้นที่ 513115 ตารางกิโลเมตร ถ้าใช้ความถึ่ 2100 MHz ก็ต้องใช้อย่างน้อย 1143 cell กว่าจะคลุมทั่วประเทศ แต่ถ้าใช้ 450 MHz ก็จะเหลือแค่ 69 cell

แบบนี้ก็น่าจะดูกว่า 450 MHz มันก็น่าจะถูกเงินกว่า เพราะใช้ cell น้อยกว่ามากๆ … *แต่ว่า* ในแต่ละ cell ของ 450MHz กับ 2100 MHz มันจะใช้ค่าใช้จ่ายเท่ากันหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ก็ต้องต่างกันเยอะเหมือนกันนะกว่า 2100MHz จะถูกกว่า อีกประเด็นหนึ่งคือ CDMA 450 MHz เครื่องที่ใช้ได้มันก็จำกัดนิดหน่อยนะ iPhone 4 สงสัยจะใช้ไม่ได้ แต่มันก็มีล่ะ เพราะว่า จีนกับยุโรปตะวันออกก็ใช้กัน แต่คิดอีกแง่เลิกใช้ 450 MHz ไปสักพัก แล้วเก็บไว้ทำ LTE (4G) ไปหรือ boardband อะไรไปเลยดีกว่าหรือเปล่า? อาจจะดีกว่าใช้ WiMAX แต่ว่า WiMAX ก็ว่ากันว่าใช้งานได้ไกลตั้ง 50 กิโลเมตร ก็จะครอบคลุ่มพื้นที่ พอๆ กับ CDMA2000 ที่ความถี่ 450 MHz ทั้งที่ความถี่เกิน 2000 MHz แถมอุปกรณ์ก็มีแล้วด้วย … แต่ว่าพอใช้ 50 กิโลเมตรจริงๆ ผมก็ไม่รู้ว่า WiMAX จะความเร็วเหลือเท่าไหร่

อีกประเด็นที่นอกเรื่องคือที่ว่ามาหลายๆ อย่างนี้มันใช้ base station ใช้สายอากาศร่วมกันได้หรือเปล่า? ถ้าใช้ร่วมกันได้ มันก็น่าจะประหยัดกว่า

แต่ว่า LTE กับ WiMAX ก็อาจจะัยังไม่ใช่ระบบที่พร้อมตอนนี้สักเท่าไหร่ LTE เรียกอุปกรณ์ผมก็ยังไม่เคยเห็น อุปกรณ์ WiMAX ที่เป็นโทรศัพท์มือถือก็ไม่เยอะเท่าไหร่ จะเป็นไปได้หรือเปล่าที่ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ต้องทำ base station เยอะ ความถี่ 950 MHz ของระบบ CDMA2000 คลุมพื้นที่ได้ 2269 ตารางกิโลเมตร หรือถ้าจะให้คลุมประเทศไทยต้องใช้ base station อย่างน้อย 227 cell … ผมว่า 227 cell มันก็ดูท่าทางน่าจะเป็นไปได้อยู่นะสำหรับชนบท ขนาด TOT3G ยังมี base station มากกว่า 500 base station แล้ว ยิ่งถ้าใช้ UTMS ที่ความที่ 850 MHz ก็อาจจะเข้าท่าเข้าทางกว่า อุปกรณ์ที่ใช้ได้ก็เยอะ … แต่ที่ดูมามันคือ CDMA2000 ไม่ใช่ UTMS ไม่รู้ว่าจะ UTMS จะได้มากน้อยแค่ไหน

สรุปแล้วก็มั่วๆ นะ ถ้ามีอะไรอยากแย้งก็เต็มที่นะครับ ผมก็ไม่ได้รู้อะไรมาก ขอบคุณที่อดทนอ่าน