0

CakePHP app กับ userdir

เวลาเอา web app ที่เขียนด้วย cakephp ไปใส่ใน userdir เช่น /home/veer/public_html/myapp (ซึ่งมักจะไปตรงกับ url http://hostname/~veer/myapp) มักจะมีปัญหากับ mod_rewrite ขึ้นมา แต่ก็แก้ไม่ยาก เพียงแต่แก้ .htaccess ใน myapp กับ myapp/app/webroot

เดิมทีจะเขียนไว้ประมาณนี้ (ใน myapp กับ myapp/app/webroot ไม่เหมือนกัน แต่ก็แก้เหมือนกัน)


   RewriteEngine on
   RewriteRule    ^$ app/webroot/    [L]
   RewriteRule    (.*) app/webroot/$1 [L]

ก็แก้โดยใส่ RewriteBase เข้าไปเป็นแบบนี้


   RewriteEngine on
   RewriteBase    /~veer/myapp
   RewriteRule    ^$ app/webroot/    [L]
   RewriteRule    (.*) app/webroot/$1 [L]

เสร็จแล้ว

0

History สำหรับ CakePHP Model

สิ่งผมเขียนไม่ใช่ best practice จริงๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะใช้ได้ดีหรือเปล่า แต่ว่าก็บันทึกไว้ก่อน. เว็บที่ผมเขียนมักจะต้องทำอะไรประเภทมี version control ด้วย แนวๆ wiki ดังนั้นถ้า model ช่วงแบ่งเบาภาระพวก version control ไปได้บ้าง ก็ทำให้ controller ดูรกน้อยลงไปมาก (หวังว่าแบบนั้น) ก่อนหน้านี้ CakePHP เคยมี behavior ด้วยช่วยเก็บ history มาให้ถ้าจำไม่ผิด แต่ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว และเพื่อให้ได้อย่างใช้ตัวเองผมก็เลยใช้แค่ callback function.

model ที่ผมต้องการจำ history ชื่อ Textunit สมมุตว่า textunits เป็น table มี column ได้แก่ id และ string เอาแค่นี้ก็พอ เพื่อเป็นตัวอย่าง วิธีของผมก็คือสร้างขึ้นมาอีก table เลยชื่อ history_textunits โดยมี column ดังนี้ id, old_id, revision และ string

จากนั้นก็สร้าง code ใน app/model ตามนี้

<?php
class Textunit extends AppModel {
   var $name = 'Textunit';
   var $history = 'HistoryTextunits';

    function beforeSave() {
        if(!empty($this->id)) {
            $historyModel = ClassRegistry::init($this->history);
            $historyData = $this->findById($this->id);
            $historyModel->record($historyData[$this->name]);
        }                 
        return true;
    }
}
?>

และ

<?php
class HistoryTextunits extends AppModel {
    var $name = 'HistoryTextunits';
    function record($textunit) {
        $history = array();
        foreach($textunit as $k => $v) {
            if($k == "id") 
                $k = "old_id";
            $history[$k] = $v;
        }
        $this->create();
        $this->save($history);
    }
}
?>

แค่นี้เอง :-P

0

CakePHP: สร้าง model แบบ many-to-many อย่างง่าย(มาก)

เวลาใช้ ORM ของ CakePHP เรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าจะซับซ้อนสักหน่อย อย่างน้อยๆ ก็สำหรับผมก็คือ เวลาเขียน model ให้ใช้ความสัมพันธ์แบบ many to many ที่ต้องใส่ parameter เยอะ.

แต่ว่ามันก็ไม่จำเป็นต้องยากเสมอไป ถ้าเราเป็นรู้ก่อน ว่า convention ของ CakePHP คืออะไรแล้วก็เขียนตามนั้น

สมมุติว่าเรามี 2 table ได้แก่ documents และ tags ที่จะให้สัมพันธ์กัน แบบ many to many. แน่นอนต้องมี table ที่เอาไว้เก็บความสัมพันธ์โดยเฉพาะเลยอีก table หนึ่ง แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่าให้ชื่อว่าอะไรดี ตามวิธีของ CakePHP คือต้องสร้าง table ใหม่ขึ้นมาชื่อเรียกตามลำดับตัวอักษร ในกรณีนี้คือ documents_tags ถ้าต้องว่า tags_documents แบบนี้ไม่ได้ เพราะว่าตัว d มันต้องมาก่อนตัว t ส่วน field ใน table ก็ประกอบด้วย id, document_id, tag_id

แล้วก็เขียน code แบบนี้

สำหรับ document.php

<?php
class Document extends AppModel {
	var $name = 'Document';
        var $hasAndBelongsToMany = 'Tag';
}
?>

สำหรับ tag.php

<?php
class Tag extends AppModel {
	var $name = 'Tag';
    var $hasAndBelongsToMany = 'Textunit';
}
?>

เพิ่มอีกไฟล์ละบรรทัดเองง่ายมาก แต่ว่าจะทำอะไรซับซ้อนกว่านี้ก็ได้ แต่ว่าสำหรับผมตอนนี้แค่นี้ก็พอใช้แล้ว

อ้างอิง
http://book.cakephp.org/view/78/Associations-Linking-Models-Together

0

CakePHP ออก 1.2 RC1 แล้ว

CakePHP ออก 1.2 RC1 แล้ว หลังจากเป็น Beta อยู่นานเหมือนกัน. และตามมาด้วยต้องออกแรงกันนิดหน่อยเพื่อที่จะ migrate จาก beta ไป rc1 ดูได้ที่ http://cakebaker.42dh.com/2008/06/05/migrating-from-cakephp-12beta-to-rc1/

ช่วงนี้ผมคงยังไม่ได้เขียน web แต่เขียน blog ไว้ก่อนกันลืม :-P

1

CakePHP + timestamp

เวลา save แล้วอยากให้ CakePHP ใส่ timestamp ให้ด้วยเวลาที่ row ที่ add เข้าไปถูก create เป็นครั้งแรก. ประมาณว่าต้องการเก็บว่า row นั้นสร้างมาแต่เมื่อไหร่. ผมใช้ callback function ใน model เอา เขียนสั้นๆ ก็เป็นอันใช้ได้.

class Corpus extends AppModel {
    function afterSave($created) {
        if($this-&gt;id &amp;&amp; $created) {
            $data = $this-&gt;read();
            $data[$this-&gt;name]["created"] = date("Y-m-d H:i:s");
            $this-&gt;save($data);
        }
    }
}

เวลาสั่ง save จาก controller, afterSave ก็จะถูกเรียกแล้วก็ไปแก้ column: created ให้เป็นเวลาปัจจุบัน. ถ้า row นั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ (ตรวจสอบได้จาก $created).

update #1: แต่จะให้ดีใช้ beforeSave ดีกว่า. จะได้ save ครั้งเดียวไปเลย (ตาม comment ของ พี่ป๊อก) แล้วก็ดูเป็นธรรมชาติดีด้วย :-).

class Corpus extends AppModel {
    function beforeSave() {
        $data[$this-&gt;name]["created"] = date("Y-m-d H:i:s");
        return true;
    }
}

แต่ถ้า edit แต่ไม่ได้ create corpus ก็คงต้องวิธีมาตรวจสอบเอา.

update #2: ลองดูอีกนิด จริงๆ แล้วไม่ต้องใช้ before/after save เลย. CakePHP ทำ timestamp ให้เองแบบที่ต้องการเลย โดยที่ไม่ต้องทำอะไร … แป่ว

0

CakePHP 1.2 + ภาษาไทย + UTF-8 + MySQL

default encoding ของ MySQL เท่าที่ผมใช้ไม่ได้เป็น UTF-8. เวลาใช้ CakePHP ก็เลยต้องแก้ configuration นิดหน่อยเพื่อทำให้ ใช้ UTF-8 และ MySQL ได้เนียนๆ. ใน CakePHP รุ่นก่อนๆ หน้านี้บางทีก็ต้องไปแก้ AppModel ที่ไม่ค่อยเท่เท่าไหร่ เพราะน่าจะต้องมาแก้อีกเวลา port ไปใช้ database ตัวอื่นที่ไม่ใช่ MySQL.

ใน Cake 1.2.x สามารถตั้งค่า encoding/charset แบบรวมศูนย์ได้ใน app/config/database.php เลย. ตามตัวอย่างแบบด้านล่าง

class DATABASE_CONFIG {

    var $default = array(
        'driver' =&gt; 'mysql',
        'persistent' =&gt; false,
        'host' =&gt; 'localhost',
        'login' =&gt; 'your_username',
        'password' =&gt; 'your_password',
        'database' =&gt; 'my2',
        'prefix' =&gt; '',
        'encoding' =&gt; 'UTF8' #ดูบรรทัดนี้เป็นสำคัญ
    );

    var $test = array(
        'driver' =&gt; 'mysql',
        'persistent' =&gt; false,
        'host' =&gt; 'localhost',
        'login' =&gt; 'user',
        'password' =&gt; 'password',
        'database' =&gt; 'test_database_name',
        'prefix' =&gt; '',
    );
}
?&gt;

เพื่อม ‘encoding’ => ‘UTF8′ เข้าไปก็ทำให้ใช้ภาษาไทยและ UTF-8 ได้เนียนๆ แล้ว.

พอมาเปิดใน phpmyadmin ที่ตั้งค่าให้ใช้ UTF-8 และภาษาไทย

ก็แสดงผลออกมาได้ถูกต้อง.

สรุปว่าถ้าอยากใช้ UTF-8 กับ MySQL ใน CakePHP 1.2.x ก็เข้าไปตั้งค่าได้ใน app/config/database.php

อ้างอิง

0

ปรับแต่ง Pluralization บน CakePHP

ก่อนที่จะใช้ CakePHP และ Ruby on Rails ก็คิดว่าโปรแกรมพวกนี้เจ๋งจริงๆ ทำ Pluralization ให้ได้เลย ไม่ใช่แค่เติม s ให้เฉยๆ ด้วย. แต่แล้วพอเอามาทำโปรแกรมก็เจอ corpus -> corpora เข้าไป CakePHP ก็ทำ pluralization ให้ไม่ได้ซะงั้น. แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อะไร สามารถปรับได้จากไฟล์ app/config/inflections.php

ในกรณีของผม ผมก็เพิม case นี้เข้าไปเลย

 $irregularPlural = array("corpus" =&gt; "corpora");

ก็เป็นอันว่าใช้ได้ :-).