0

ทำไมกล้องถ่ายรูปที่มีจำนวนพิกเซลเยอะกว่าไม่จำเป็นต้องได้ภาพสวยกว่า

ผมต้องออกตัวไม่ก่อนว่าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกล้อง แต่ยังหาที่ที่อธิบายเรื่องนี้แบบทีพอใจไว้ไม่เจอ จึงมาเขียนเอง ดังนั้นผมคิดว่าในสิ่งที่ผมเขียนนี้คงมีอะไรมั่วๆ อยู่มาก

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม Canon Powershot S95 ที่มีจำนวนพิกเซลแค่ 10 ล้านพิเซลที่แพงกว่า Canon Powershot A3300 IS มากโข ทั้งๆ ที่ A3300 มีจำนวนจุดตั้ง 16 ล้านพิเซล นั้นก็เพราะว่าจำนวนพิกเซลอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถตัดสินได้ว่ากล้องตัวหนึ่งจะดีกว่าอีกตัวหนึ่งเพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ดังที่ผมจะไล่ไปทีละประเด็นตามที่ผมเข้าใจ (ซึ่งอาจจะผิดก็ได้)

  1. กรณีแรกต่อให้กล้อง 2 ตัวมีตัวรับภาพ (Image sensor) ที่เหมือนกันเลย ก็ยังจะมีประเด็นย่อยๆ ดังต่อไปนี้
    1. เลนส์ เลนส์ส่งผลต่อความคมชัดของภาพโดยตรง นอกจากนั้นก็ยังมีปัจจัยเรื่องรูรับแสง รูรับแสงกว้างแสงก็เข้าได้ดีกว่า เลนส์บางตัวถ่ายภาพของเล็กๆ ได้ดี ก็ทำให้ภาพบางชนิดสวยขึ้นได้ เลนส์บางชนิดก็ถ่ายภาพไกลๆ ได้ดี นอกจากความชัดแล้วก็ยังมีเลื่องความบิดเบี้ยวของภาพก็เกิดจากเลนส์ เรื่องแสงสีม่วงๆ ที่ถ่ายเวลาย้อนแสงเลนส์ก็มีผลเหมือนกัน
    2. ระบบช่วยลดภาพไม่ชัดเวลากล้องไม่นิ่ง (Image stabilizer; IS; VR; OIS; …)
    3. Image processing engine คิดง่ายๆ คงประมาณเป็นคอมพิวเตอร์ในกล้องครับ ถ้าประมวลผลไม่ดีภาพก็อาจจะออกมาไม่สวยได้
  2. ในตัวรับภาพเองก็ยังมีสิ่งที่ต่างกันได้
    1. ขนาดของตัวรับภาพ ตัวรับภาพใหญ่พื้นที่ให้แสงเข้าก็เยอะ ตัวรับภาพเล็กๆ ถ้าเลนส์ผิดพลาดไปนิดเดียวก็มีผลมากกว่าตัวรับภาพใหญ่ๆ (มั้ง)
    2. เทคโนโลยีที่ใช้สร้างตัวรับภาพ ตัวรับภาพขนาดเท่ากันบางทีก็ไม่เหมือนกัน บางแบบแสงก็เข้าได้ดีกว่า ถ่ายในที่แสงน้อยๆ ได้ดีกว่า

ผมยังไม่ได้เขียนถึงเรื่องการถ่ายภาพที่มีแสงและเงาที่ความสว่างต่างกันมากๆ ในภาพเดียวกัน การไล่สี และอื่นๆ เพราะว่าขี้เกียจแล้ว ไม่รู้จะใส่หัวข้อไหนดีด้วย

ถ้าหากพบว่าอะไรผิดหรือตกหล่นไปโปรดแจ้งด้วยครับ

0

หนังสือโลโม และหนังสือเพ็น

วันนี้เดินผ่านร้านหนังสือ ก็ชวนให้คิดว่าถ้าหากว่า e-book reader ทั้งหลาย ที่ใช้ e-ink อ่านสบายตา เกิดขาดิบขายดีขึ้นมาแถมยังราคาถูก ต่อไปจะเป็นไปได้หรือเปล่าว่า คนก็จะไม่ต้องมาเดินซื้อหนังสือกันแล้ว ห้องสมุดคนก็มายืมกันน้อยลง คล้ายๆ กับที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ซื้อซีดีเพลงแล้ว แต่ซื้อเว็บ เช่น mixiclub แทน

บางอย่างผมคิดว่าจะไม่มีคนใช้แล้ว … ฟิล์ม ไม่กี่ปีมานี้ กล้องโลโมกราฟีที่ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ แต่ก็เป็นที่นิยมกัน หลายคนที่ไม่เคยใช้กล้องฟิล์มเลยด้วยซ้ำ ก็ซื้อกล้องยี่ห้อนี้พร้อมฟิล์มมาใช้กัน มันจะมีวันหนึ่งหรือเปล่า ที่ว่าเด็กๆ ก็ใช้ nook บ้างใช้ kindle บ้าง แทบไม่เคยจับหนังสือที่เป็นกระดาษเลย ทันไดนั้นก็มีคนผลิตหนังสือแบบเดิมๆ ออกมาขาย แต่กลับมากับเอกลักษณ์บางอย่าง จุดขายบางอย่างที่ต่างออกไป

หรือว่าจะมี e-book แบบ Olympus Pen ชื่อเหมือนเดิม หน้าตาคล้ายๆ เดิมแต่กลายเป็นกล้องดิจิทัล ก็เลยคิดไปว่าต่อไปจะมี e-book หน้าตาเหมือนหนังสือแบบโบราณๆ ออกมาหรือเปล่า

ก็แค่คิดๆ ไปขำๆ ไม่ได้มีสาระอะไร

0

วิธีปรับสมดุลแสงขาว (white balance) สำหรับ Olympus FE-20

วิธีปรับสมดุลแสงขาว (white balance) สำหรับ Olympus FE-20 (รุ่นอื่น หรือแม้แต่ยี่ห้ออื่นที่คล้ายๆ กันก็น่าจะใช้ได้.

เวลาถ่ายรูปบางทีรูปอาจจะออกมาสีออกเหลืองๆ หรืออกสีน้ำเงิน เกินไป ส่วนมากภาพกลางแจ้งจะไม่มีปัญหาอะไร จะมีปัญหากับหลอดไฟดีต่างๆ เสียมากกว่า. พอดีคำถามว่าภาพเหลืองจะทำอย่างไร ก็เลยตอบตามนี้.

  1. ทีแรกก็เปิดกล้องมาพร้อมถ่ายภาพธรรมดา
  2. กดปุ่ม ok ก็จะมีเมนูขึ้น
    จาก olympus fe-20
  3. กดปุ่ม ที่มีรูปสายฟ้า เพื่อเลือก mode เป็น P (หรือโปรแกรมอัตโนมัติ) ตามรูปด้านล่าง
    จาก olympus fe-20
  4. พอได้โหมด P แล้วก็กดปุ่มที่มีรูปนาฬิกาเพื่อเลือกปรับ white balance ตามรูปข้างล่าง
    จาก olympus fe-20
  5. กดปุ่มที่มีรูปสายฟ้า ก็จะเห็นได้ว่าหน้าจอเปลี่ยนสีไป จริงๆ แล้วเราก็ดูจากหน้าจอได้เลยว่าชอบสีแบบไหน แต่ส่วนมาถ้ารูปเหลืองผมเลือก “มีแสงส่องผ่าน” ที่เป็นรูปหลอดไฟ เสร็จแล้วก็กด OK อีกที เท่านี้ก็เสร็จแล้วครับ
    จาก olympus fe-20

ถ้าเขียนตกหล่นอะไรไปก็ขออภัยนะครับ

47

Olympus FE-20

หลังจากที่ขาย Pentax Optio E40 ไป ก็เลยหากล้องเล็กๆ เบาๆ ถูกๆ มาแทน หลังจากที่อ่านๆ ไปลองเล่นดูหลายตัวที่ราคาประมาณ 2900 – 4000 บาท เช่น Canon Powershot A470, Fujifilm A850, Samsung S760, Sony W(อะไรสักอย่างมั้ง) และ Nikon ที่จำชื่อรุ่นไม่ได้ ก็ชอบ Olympus FE-20 นี้ล่ะ แต่ร้านที่ไปลองเล่นก็ดันไม่มีสีที่ชอบ -_-!. ไปหาอีกประมาณ 5 ร้านได้ กว่าจะได้ซื้อ.

olympus fe-20

หน้าตาถูกใจมากมาย มี battery Li-ion กับ charger แถมมาให้ด้วย อันนี้ดีเพราะว่าประหยัด และทำให้กล้องเล็ก และเบาลงไปมาก รุ่นนี้เบามากๆ ยกมาแล้วเหมือนลืมใส่ battery แต่จริงๆ ใส่แล้ว. มี face detection แม้นานๆ จะ detect เจอที, ถ่ายใกล้ที่สุดได้ 5 เซนติเมตร. ภาพที่ออกมารายละเอียดสีสันก็ถูกใจ. ที่แปลกไปจาก olympus รุ่นเก่าๆ คือใส่ microSD ได้ด้วย ^_^ อันนี้สำคัญเหมือนกันเพราะว่า Nokia 3110c ใช้ microSD. อย่างไรก็ตามร้านก็แถม (หรือขายพ่วง?) xD มาให้ 1 GB อยู่แล้ว. ถึงแม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ทำงานค่อนข้างช้า จนถึงบางทีก็ค้าง, เลนส์มุมไม่กว้างเท่าไหร่, ใส่ AA battery ไม่ได้, ไม่มี spot metering ฯลฯ ถ้าซื้อ Olympus FE-350 มาแทน ข้อเสียที่ว่าก็น่าจะหายไปหมดเลย เสียแต่ว่าราคามันเพิ่มขึ้นไปเยอะเหมือนกัน.

P1100007.JPG

ว่าแล้วก็ต้องมีภาพตัวอย่างสักหน่อย รูปนี้มือซ้ายจับตะเกียบ มือขวาจับกล้อง. ก็คงไม่เหมาะถ้าเพิ่มเงินเอากล้อง Olympus FE-350 สุดเจ๋งมาถ่ายเนื้อลายลวกจิ้ม. แต่ถ้าเป็นกล้องมือถือ (Nokia 3110c) ก็ออกมาอาจจะดูไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ จะใช้ SLR มาถ่ายเลยชาวบ้านก็จะแตกตื่นได้.

เพิ่มรูปซองที่แถมมาให้ดูด้วย มันก็เป็นผ้าบางๆ ครับ แต่ก็น่าจะกันรอยขูดขีดได้ กันกระแทกได้นิดหน่อย. ใส่แล้วก็ยังพอยัดใส่กระเป๋ากางเกงอีกทีได้ ไม่เหมือนซองหนาๆ.

p9186534.jpg p9186535.jpg
4

ซื้อหาเลนส์สำหรับกล้อง DSLR ของ Olympus

กล้อง DSLR ของ Olympus ใช้ mount แบบ four-third (4/3) ในกรุงเทพฯ ก็ซื้อหาได้ทั่วไปถามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เท่าที่ดูๆ มา สยามพารากอน, เดอะมอล, central ลาดพร้าว ก็เจอ Big Pro Camera ที่มีทั้งเลนส์ของ Sigma และ Olympus, ร้าน u-camera ข้างร้านข้าวหน้าเป็ดใกล้สถานีรถไฟใต้ดินพหลโยธิน ก็มีขายเยอะไปหมด โดยเฉพาะเลนส์ของ Olympus เอง. แต่ว่าเลนส์ของ Simga ที่จะเอามาใส่ Olympus เจอที่ Big pro camera ใน central ลาดพร้าว, และ Photohut สาขาเดอะมอล บางกะปิ ร้านนี้เยอะที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย. เมื่อวานนี้แวะไปดู Sigma 30mm f1.4 HSM พบแล้ว แต่ว่าไม่มีตังซื้อ.

12

rawstudio ใช้ก้บกล้อง olympus e-420 ได้แล้ว

ก่อนหน้านี้ rawstudio มีปัญหาว่าพออ่านไฟล์ .orf จากกล้ง olympus e-420 แล้วไม่สามารถดึงข้อมูลเกี่ยวกับ white balance ออกมาได้ ก็อาจจะต้องเลี่ยงๆ ไปใช้ auto white balance ของ raw studio (ซึ่งมักจะออกมาขาวต่างจากที่เราเห็นในจอของกล้องมากมาย) หรือว่าปรับเอง. อย่างไรก็ตามหลังจากรายงาน bug ไปปัญหานี้ก็ถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว :-D http://bugzilla.rawstudio.org/show_bug.cgi?id=208

3

ตอบข้อสงสัยบางอย่างสำหรับคนจะซื้อกล้อง

ตอบข้อสงสัยบางอย่างสำหรับคนจะซื้อกล้อง จากคนที่ก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่.

จะเอา DSLR ดีหรือเปล่า

ส่วนตัวแล้วผมมองอย่างนี้นะครับว่า ซื้อเพราะต้องเอาไปใช้ทำงาน จำเป็นต้องถ่ายอะไรสักอย่างเช่น ถ่ายรูปสินค้าลงเว็บอะไรแบบนั้น  หรือว่าซื้อเพื่อเป็นของเล่น หรือว่าสองอย่างเลย หรืออื่นๆ ตามแต่จะคิดได้.

ถ้าซื้อสนองตัณหา ตัวเองนะครับ ประมาณว่าก็อยากถ่ายทุกอย่างล่ะ แต่ว่ายังไม่รู้เหมือนกันว่าชอบแบบไหน ชอบปรับโน่นปรับนี้เล่นด้วย ซื้อ Nikon Coolpix P80 หรือ Canon PowerShot S5 IS แล้วมีโอกาสต้องไปซื้อ DSLR ทีหลังสูงเหมือนกันครับผมว่านะ.

แต่ DSLR ก็เสียวเหมือนกัน ที่ว่าซื้อมาแล้วถ้าไม่ชอบปรับ หรือว่าไม่ชอบส่องทาง viewfinder แถมไม่ชอบหอบอีก และรังเกียจเสียงดังเวลาถ่าย ก็จะลำบากผิดหวังได้ง่ายๆ แถมอาจจะต้องซื้อเลนส์เพิ่มด้วย แต่มันซื้อเพิ่มทีหลังได้นะ ถ้าซื้อแบบข้างบนเช่น S5 IS นี้ แล้วมาพบว่าอยากถ่ายภาพมุมกว้างทีหลังลำบากแล้ว.

หรืออีกแบบ หนึ่งคือตอนไปเที่ยว ถ้าต้องพกกล้องตัวเดียวไปเที่ยวอยากได้แบบที่เห็นภาพกว้างๆ + ถือมือเดียวถ่ายหน้าตัวเองได้อะครับ พกง่ายๆ ขึ้นเขา เที่ยวทะเลได้ (แต่อาจจะต้องใส่ถุงพลาสติกไว้). ส่วนตัวผมไม่ได้ต้องการกล้องที่ต้องถ่ายได้ไกลๆๆๆๆ มากๆ ประเภทถ่ายนก หรือว่าถ่ายกระต่าย อะไรแบบนั้นอะครับ เลยคิดว่าสองตัวข้างบนไม่น่าใช้ทั้งคู่อะครับ แพงด้วยตัวใหญ่เกือบเท่า DSLR เลย.

จะเอาเลนส์คิท (kit lens) ดีมั้ย มันคืออะไร

kit lens ก็คือเลนส์ที่แถมมากับกล้องนั้นเอง.

จะเอาดีหรือเปล่า แล้วแต่รุ่นและความต้องการของเรา ถ้าซื้อ Olympus E-3. kit lens ก็คุณภาพสูงเหมือนกัน. เราคงต้องมีอะไรในใจสักนิดว่าอยากถ่ายแบบไหน. แล้วก็ศึกษาข้อจะกัดของ lens ที่แถมมากับกล้องแต่ละรุ่น บางรุ่นก็มี kit lens ให้เลือกหลายแบบอีก อย่าง E-420 มี ZD 14-42mm f3.5-5.6 กับ ZD 25mm f2.8 ให้เลือก.

ข้อจำกัดมีหลายอย่างเหมือนกัน เช่น เปิดหน้ากล้องได้ไม่มาก เช่น ZD 14-42mm f3.5-5.6 คำนวณดูแล้วเปิดหน้ากล้องได้กว่าที่สุด 7.5 มิลลิเมตร. ผลที่ตามมาคือเวลาถ่ายรูปที่แสงน้อยๆ ก็ต้องเปิดหน้ากล้องนานหน่อย ทำให้รูปออกมาอาจจะไม่ชัด ถ้าวัตถุที่เราถ่ายวิ่งไปวิ่งมา. อีกอย่างหนึ่งคืออาจจะทำรูปแบบ bokeh ได้ลำบาก.

แต่ก็ต้องพิจารณา อีกว่าเราเน้นทำ bokeh หรือเปล่า เน้นถ่ายรูปในที่แสงน้อยหรือเปล่า. ถ้ากะว่าต้องการสร้าง bokeh แน่นอน ต้องการถ่ายรูปที่ใช้แสงน้อยๆ แล้ววัตถุเคลื่อนที่ไปมาแน่ๆ ก็ซื้อ ZD 14-54mm f2.8-3.5 มาแต่แรกเลยก็น่าจะดีกว่า เป็นต้น.

หรือว่ากรณีที่อยากได้กล้อง เบาๆ ว่าไม่ได้สนใจเรื่อง zoom เข้า zoom ออก. ZD 14-42mm f3.5-5.6 หนัก 190 กรัมทำให้เมื่อยคอได้ ถ้าเดินเที่ยวไกลๆ (จริงๆ ก็เบาแล้วนะ ถ้าเทียบกับ kit lens อื่นๆ) ก็อาจจะเลือกใช้ ZD 25mm f2.8 ที่หนัก 95 กรัมแทน ถ้าใช้กับ E-420 ก็จะหนักรวมกันไม่ถึง 500 กรัม เป็นต้น.

ข้อจำกัดอื่นๆ เช่น Nikon 18-55mm f3.5-5.6G AF-S VR DX และ
Canon EF-S 18-55 mm IS ที่แถมมากับ Nikon D60 และ Canon 400D/450D/100D มีที่ปรับ focus (แบบ manual focus) เล็กมากๆ  นอกจากนั้นเวลาปรับ focus ทั้ง manual และ auto ยังทำให้หน้าเลนส์หมุนไปมา ทำให้เป็นอุปสรรคกับการ filter บางชนิด. และพอดีว่าเราอยากจะใช้ manual focus มากๆ แถมอยากใช้ filter ด้วย แบบนี้เลือกไม่เอา kit lens ก็อาจจะดีครับ.

หรือถ้ากะ ว่าต้องการ zoom มากๆ kit lens ส่วนมากก็ zoom มากๆ ต้องการเลนส์มุมกว้าง มุมแคบมากๆ ในตัวเดียวก็ไม่เอา kit lens ก็ดีเหมือนกัน

คงต้องคิด เผื่อไว้ก่อนครับ … kit lens หลายๆ ตัว (ไม่ทุกตัวนะครับ) ได้มาแล้วขายต่อมือสองลำบากอยู่ครับ เพราะว่าใครๆ ก็มี แต่ถ้ามีงบเยอะก็เอามาก่อนก็ได้มันก็ไม่กี่พันบาท (แล้วแต่ซื้อรุ่นไหน).

ถ่ายรูปผ่านกระจกแล้วไม่ชัด

อ่านคู่มือ E-420 มาบอกว่า Auto focus มักจะทำงานพลาดๆ เมื่อถ่ายทะลุกระจก หรือกรงอะไรทำนองนี้ครับ (จริงๆ แล้วกล้องส่วนมากก็คงเป็นแบบนี้). ทางแก้ทางหนึ่งคือใช้ Manual focus (MF) ครับ หมุนๆ สักพักก็ได้.

ถ้าแสงไม่น้อยมากจนเกินไป และไม่กลัว batt หมด (ปกติมันก็ไม่ได้หมดไวอะไรขนาดนั้น). เวลา manual focus ใช้ liveview ช่วยแล้วง่ายขึ้นครับ. โดยเฉพาะถ้าใช้ mode ขยายภาพช่วย. พอเข้า liveview มันจะมีรูปกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขอบเขียวๆ บนจอ ถ้าไม่เห็นกด Info ไปเรื่อยๆ ครับ เดี๋ยวมาเอง. กล่องนี้เอาไว้ขยายภาพครับ เลื่อนกล่อง ขึ้น ลง ซ้าย ขวา ได้. เลือกจุดที่เราจะ focus แล้วกด ok. พอมันขยายให้แล้วเราค่อยเริ่มปรับ focus จะเห็นง่ายมากว่า focus ถูกหรือเปล่า.

แต่ถ้าแสงน้อยขนาด liveview มืดจนมองไม่เห็น ก็ต้องพึ่ง viewfinder ไปครับ. แต่ว่าถ้าไม่รีบก็ค่อยๆ ปรับ แล้วถ่ายออกมาขยายดู ก็ได้เหมือนกันครับ.