ลง Galaxium ใช้แทน Pidgin

อ่าน blog ของ mk เลยรู้ว่านอกจาก pidgin กับ amsn ยังมีโปรแกรมอื่นๆ ที่เอาไว้เล่น msn messenger ด้วย. ไม่ได้อ่านเข้าใจอะไรมาก แต่ชื่อโปรแกรมแรกที่โพล่มาคือ galaxium ก็ลอง อันนี้แล้วกัน. วิธีลงจาก source code ลำบาก … แล้วจะไปลงจาก source code ทำไม -_-”’ … จริงๆ แล้วผมไม่อยากจะไปยุ่งกับ apt มากกลัวเจ๊งแล้วแก้ไม่เป็นเดี๋ยวต้องลงใหม่อีก แต่พอมาถึง webkit-sharp นี้หมดความอดทนก็เลยใช้ apt ก็ได้.

เพิ่ม 2 บรรทัดข้างล่างเข้าในใน /etc/apt/sources.list

deb http://ppa.launchpad.net/galaxium/ubuntu hardy main
deb-src http://ppa.launchpad.net/galaxium/ubuntu hardy main

เสร็จแล้วก็ sudo aptitude update และ sudo aptitude install galaxium เสร็จแล้ว แล้วก็เรียก galaxium ที่ shell เลย (ใน menu ก็คงมี  แต่นะกว่าจะหาเจอ) ง่ายดีจริง. เล่น msn สนุกขึ้นเยอะครับ เห็น icon ของคนที่คุยด้วยสักที  … ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าเครื่องทำงานนิ่งขึ้นด้วย.

ผมใช้ Ubuntu 8.04 นะครับ

Pylons + mod_wsgi + mod_userdir

ต่อจาก ติดตั้ง Django ก็ต่อด้วย Pylons. ก่อนหน้าจะพยายามลง Pylons ผมก็ลองพวก WSGIDaemonProcess ไปแล้ว แต่ว่าไม่สำเร็จก็เลยข้ามๆ ไป. ใช้ user เป็น www-data ก็ได้ :-P.

Pylons ก็มา pattern เดิมๆ ที่อ่านมาจาก http://code.google.com/p/modwsgi/wiki/IntegrationWithPylons เริ่มด้วยสร้าง pylons.wsgi ใน /home/veer/public_html/wsgi-scripts ตามนี้

APP_CONFIG = "/home/veer/Develop/pylons/mydb4/production.ini"
import os
os.environ['PYTHON_EGG_CACHE'] = "/home/veer/egg"
import sys
sys.path.append("/home/veer/Develop/pylons/mydb4")
from paste.deploy import loadapp
application = loadapp("config:" + APP_CONFIG)

แล้วก็สร้าง /home/veer/egg เปลี่ยน permission ( mkdir /home/veer/egg; chmod 777 /home/veer/egg )

แล้วก็แก้สร้าง production.ini โดยการ copy มาจาก development.ini แล้วก็แก้ให้
full_stack = false
และ
debug = false

เท่านี้ก็น่าจะพอใช้ได้แล้ว

ลืมไปผมสร้าง app ไว้ใน /home/veer/Develop/mydb4 นะครับ พวก development.ini ก็อยู่ในนี้ล่ะ

Django + userdir + mod_wsgi

แน่นอนเป็นภาคต่อมาจาก Turbogears + userdir + mod_wsgi. Django ก็ใช้ท่าคล้ายๆ Turbogears เปลี่ยน prefix นิดๆ หน่อยก็ใช้ได้แล้ว

หลังจากศึกษาวิธีใช้จาก http://code.google.com/p/modwsgi/wiki/IntegrationWithDjango ผมสร้าง django.wsgi ไว้ใน /home/veer/public_html/wsgi-scrips อีกเช่นเคย

import os, sys
sys.path.append('/home/veer/Develop/django/mysite') # site ของผมเก็บไว้ที่นี้
sys.path.append('/home/veer/Develop/django')
os.environ['DJANGO_SETTINGS_MODULE'] = 'mysite.settings'

import django.core.handlers.wsgi

application = django.core.handlers.wsgi.WSGIHandler()

ที่ลำบากนิดหน่อยคือพวก media ทั้งหลาย ผมก็ copy มาไว้ใน home เลย (ขนาดประมาณ 300KiB กว่าๆ)

cp -r /usr/share/python-support/python-django/django/contrib/admin/media/ /home/veer/public_html/django_admin_media

แล้วก็ไปแก้ settings.py ใน /home/veer/Develop/django/mysite นิดหน่อย แก้ ADMIN_MEDIA_PREFIX จากเท่ากับ ” เป็น ADMIN_MEDIA_PREFIX = ‘/~veer/django_admin_media/’

เท่านี้ก็ไปเปิดเว็บดูก็ใช้ได้ (ถ้าผมไม่ได้ลืมเขียนอะไรไปนะ)

พรุ่งนี้น่าจะได้ลอง Pylons กับ WSGIDaemonProcess username user=username อะไรทำนองนี้.

mod_wsgi + userdir บน ubuntu 8.04

ผมอ่านเรื่องเปิดเทียบ web app tech ต่างๆ มา. เห้น mod_wsgi น่าสนใจดีก็เลยจะลองเล่นบ้าง (เอาแบบให้ใช้ได้หลายๆ user ด้วย น่าจะเหมาะกับ lab ดี) ก็เริ่มจากไปอ่าน http://code.google.com/p/modwsgi/wiki/ConfigurationGuidelines

แต่ก่อนจะทำตามตำรา ผมก็ลง mod_wsgi ก่อนเลย

 sudo aptitude install libapache2-mod-wsgi

ตามด้วย enable มันซะ

sudo a2enmod mod-wsgi

แปลกนะมีคำว่า mod ติดมาด้วย หาตั้งนาน 😛 ปกติเวลาจะใช้ mod_userdir ก็แค่

sudo a2enmod userdir

(ไม่ใช่เหรอ? …. รวมถึง mod_rewrite และอื่นๆ ด้วย)

ด้วยความพิเศษของ Ubuntu/Debian นิดหน่อยๆ ไฟล์ที่ผมเข้าไปแก้คือ /etc/apache2/mods-enabled/userdir.conf ก็ดัดแปลงตามตัวอย่างอะนะแก้แล้วเป็นแบบนี้

<IfModule mod_userdir.c>
        UserDir public_html
        UserDir disabled root

        <Directory /home/*/public_html/>
                AllowOverride FileInfo AuthConfig Limit
                Options MultiViews Indexes SymLinksIfOwnerMatch IncludesNoExec
        </Directory>

        RewriteEngine On
        RewriteCond %{REQUEST_URI} ^/~([^/]+)
        RewriteRule . - [E=APPLICATION_GROUP:~%1]

        <Directory /home/*/public_html/wsgi-scripts/>
                Options ExecCGI
                SetHandler wsgi-script
                WSGIApplicationGroup %{ENV:APPLICATION_GROUP}
        </Directory>
</IfModule>

เสร็จแล้วผมก็เข้าไปสร้าง folder ที่ /home/veer/public_html/wsgi-scripts พร้องเปลี่ยน permission เป็น 755 ตามด้วยเอา myapp.wsgi ตามตัวอย่างไปวางในนั้น

def application(environ, start_response):
    status = '200 OK'
    output = 'Hello World!'
    response_headers = [('Content-type', 'text/plain'),
                        ('Content-Length', str(len(output)))]
    start_response(status, response_headers)
    return [output]

จากนั้นก็ไปที่ web browser เรียก http://127.0.0.1/~vee/wsgi-scripts/myapp.wsgi (ตามรูป)

ขั้นตอนถัดไปก็จะลองลง Pylons และ Django ดู

Firefox 3 มาแล้ว

จริงๆ มันก็หน้าตาเหมือนเดิมล่ะ … download สร้างสถิติ (และตอบสนองแผนการตลาด … ) ไปอย่างนั้น เวลา 8:5x pm UTC+2

firefox 3 screen capture on th.wikipedia.org

พอ post เสร็จก็จะกลับไปใช้ Firefox 3 rc1 เหมือนเดิม รอ Ubuntu update 😛